Kanji Learning with Bushu -Radical - (Freeform & Keynotes)

”เบื่อไหม… ที่ต้องมานั่งคัดตัวอักษรไม่รู้กี่จบ จนสุดท้ายถึงจำและเขียนตัวอักษรนั้นได้ แต่ต้องมานั่งคัดตัวใหม่เรื่อย ๆ วนแบบนั้นไม่รู้จบ มันมีวิธีการอื่นอีกไหมนะ…“


การจัดการเรียนรู้เรื่องตัวอักษรจีน (漢字 คันจิ) ในภาษาญี่ปุ่น ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้เรียนระดับต้นเป็นอย่างมาก ในการเรียนการสอนมักจะเน้นให้ผู้เรียนฝึกจำตัวอักษรคันจิจากการคัดซ้ำจนกว่าจะจำได้ ถึงจะเป็นวิธีการพื้นฐานในการเรียน แต่สุดท้ายวิธีการนี้มักจะทำให้ผู้เรียนเบื่อและท้อในการเรียนภาษาญี่ปุ่น จากสิ่งที่กล่าวไปทำให้เกิดแนวคิดกิจกรรมการเรียนรู้นี้ขึ้นมา เป็นแนวคิดกิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนทำความเข้าใจในตัวอักษรจากการแจกแจงรากคำศัพท์โดยใช้แผนผังรากฝอย ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถนำไปต่อยอดในการเรียนภาษาญี่ปุ่นในระดับที่สูงขึ้น


เนื่องด้วยผู้เขียนบทความเคยจัดกิจกรรมนี้ด้วยการใช้กระดาษ เวลานักเรียนทำกิจกรรมเรียนรู้แบบกลุ่มหรือกิจกรรมสรุปความรู้รายบุคคล สังเกตได้ว่ามักเกิดความลำบากและข้อจำกัดในการเขียนลงในกระดาษ ใช้เวลานาน และยังต้องใช้ทรัพยากรกระดาษอย่างสิ้นเปลือง ดังนั้นการใช้แอพพลิเคชั่น Freeform และ Keynotes ผ่านเครื่องมือ Ipad จึงเป็นการให้อิสระผู้เรียนในการเรียนรู้พร้อมกับกลุ่มเพื่อน สร้างชิ้นงานจากความเข้าใจของตนเองอย่างสร้างสรรค์ และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียนอีกด้วย


ระดับชั้น : ม.5

วิชา : ภาษาญี่ปุ่น

เนื้อหา : ตัวอักษรจีน (漢字 คันจิ) และรากคำศัพท์ (部首 บุชุ)

แอพพลิเคชั่นที่ใช้ : Freeform ใช้ในการเรียนรู้และรวบรวมผลงานที่ใช้ในการประเมิน และ Keynotes ทำสรุปความรู้พร้อมนำเสนอ

Can do : - ผู้เรียนสามารถระบุความหมายของบุชุ

                - ผู้เรียนสามารถแยกส่วนประกอบของตัวอักษรคันจิ

กระบวนการจัดการเรียนรู้

  • ผู้เรียนทบทวนความรู้เรื่องตัวอักษรจีน (漢字 คันจิ) เช่น ประเภทของคันจิ ลักษณะและส่วนประกอบของคันจิ เสียงอ่าน (訓・音読み ) โดยใช้ Freeform เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับต่อยอดเนื้อหาใหม่จากกิจกรรมต่อไป จากนั้นผู้สอนแสดงภาพสื่อที่มีการใช้ตัวอักษรคันจิและใช้คำถามกระตุ้นผู้เรียนว่า สื่อที่เห็นนั้นต้องการสื่ออะไร
  • เริ่มกิจกรรมการเรียนรู้ 部首 ผู้เรียนจับกลุ่มกันตามความเหมาะสมของจำนวนนักเรียน และผู้สอนกำหนดตัวอักษรคันจิลงใน Freeform ให้ผู้เรียนพิจารณาตัวอักษรนั้นประกอบไปด้วยตัวอักษรอะไรบ้าง เช่น 休 (人+木) 体(人+本) 会(人+云) จากนั้นผู้สอนชี้ให้ผู้เรียนสังเกตเห็นจุดร่วมกันของตัวอักษรที่กำหนด ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ทั้งสังเกตว่าความหมายนั้นมีความสอดคล้องกันอย่างไร ตำแหน่งของตัวอักษรที่เป็นรากคำจะปรากฏในตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งนำไปสู่การเรียนรู้เรื่อง รากคำศัพท์ (部首 บุชุ)  

 

กิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนฝึกสังเกตจุดร่วมหรือแตกต่างของตัวอักษร

  • ผู้เรียนใช้ Freeform ในการทำกิจกรรมกลุ่มเรียนรู้ ในการค้นคว้าตัวอักษรคันจิ โดยใช้แผนผังแบบรากฝอย ซึ่งจะไล่ลำดับจาก ตัวอักษรคันจิที่กำหนด > รากคำศัพท์ > ตำแหน่งที่ปรากฏ > ตัวอักษรที่ร่วมรากเดียวกัน พร้อมทั้งค้นหาความหมาย และเสียงอ่านของตัวอักษรนั้นโดยกำหนดบุชุกลุ่มละ 3 ตัว โดยแต่ละกลุ่มได้รับบุชุไม่ซ้ำกัน (ผู้สอนต้องกำหนดขอบเขตของตัวอักษรและบุชุจากตำราที่ใช้)

 

กิจกรรมการเรียนรู้ตัวอักษรคันจิ จากรากคำศัพท์ ผ่านแอพพลิเคชั่น Freeform

  • หลังจากทำกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มเสร็จ ผู้เรียนเลือกตัวอักษรคันจิที่ชอบ 1 ตัว และนำมาทำชิ้นงานสำหรับนำเสนอบน Keynotes โดยกำหนดเนื้อหาที่ต้องการ โดยเพิ่มเติมจากในกิจกรรมกลุ่ม คือต้องการให้ผู้เรียนจัดทำรูปประกอบเชื่อมโยงภาพและความหมายของตัวอักษรคันจินั้น

 

ชิ้นงานที่ต้องการให้ผู้เรียนสรุปความรู้ด้วยตนเอง ผ่านการทำชิ้นงานบน Keynotes

  • หลังทำชิ้นงานเสร็จสิ้น ผู้เรียนนำรูปชิ้นงานมาแปะใน Freeform ในส่วนสำหรับรวบรวมงาน และผู้เรียนนำเสนอชิ้นงานของตนเอง โดยสลับกลุ่มนำเสนอ


สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับคือทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น 


ในส่วนของการนำไปประยุกต์ใช้กับเนื้อหาหรือวิชาต่าง ๆ สามารถนำไปใช้กับวิชาทางภาษาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องของคำศัพท์ เช่น ภาษาอังกฤษ เรื่อง Prefix-Subfix เนื่องด้วยเป็นกิจกรรมที่เน้นฝึกให้วิเคราะห์โครงสร้าง ที่มาและรากของคำนั้น ๆ โดยแจกแจงออกออกมาในรูปแบบแผนผังรากฝอย ผู้เรียนจะเห็นภาพของความเชื่อมโยงของคำมากยิ่งขึ้น

0 replies