“การสังเกต” เป็นหนึ่งในทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียน เนื่องจากการสังเกตเป็นจุดเริ่มต้นของความสงสัยใคร่รู้และการตั้งคำถาม ซึ่งนำไปสู่ความพยายามในการสำรวจตรวจสอบ เพื่อทำความเข้าใจโลกและปรากฏการณ์ธรรมชาติรอบตัว
อย่างไรก็ตาม หลาย ๆครั้ง แม้พวกเราจะสามารถมองเห็นรายละเอียดของวัตถุ หรือ ปรากฏการณ์บางอย่างได้ แต่ยากที่จะอธิบายสิ่งที่ตนเองสังเกตเห็นได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน อีกทั้งสิ่งที่เคยสังเกตเห็นอย่างชัดเจนในช่วงเวลาหนึ่ง ก็อาจเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเวลาผ่านไป ส่วนหนึ่ง ก็อาจเป็นเพราะว่าวิธีการบันทึกที่พวกเราคุ้นเคย มักจะจำกัดอยู่วิธีการใดวิธีการหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนข้อความหรือบันทึกเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษร การวาดภาพ หรือการถ่ายภาพเก็บไว้ ซึ่งอาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับการเก็บรายละเอียดของวัตถุหรือปรากฏการณ์จริง ๆ ที่อาจจะมีได้ทั้งภาพ เสียง บริบทของสถานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงคำบรรยาย เพื่อสร้างความทรงจำ ซึ่งเมื่อการบันทึกไม่สามารถสะท้อนสิ่งที่พวกเราเห็น คิด และรู้สึกได้อย่างครบถ้วนในขณะเดียวกัน การนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาวิเคราะห์ ต่อยอด อธิบาย หรือสื่อสารในภายหลังก็อาจไม่สมบูรณ์ตามไปด้วย
ดังนั้น สิ่งที่ช่วยให้พวกเรา รวมถึงนักเรียนของพวกเรา ให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตอย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะไม่ใช่เพียงการใช้สมุดบันทึก กล้องถ่ายรูป หรือเครื่องอัดเสียงที่ทำงานแยกกัน แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้สามารถบันทึกประสบการณ์ทุกรูปแบบไว้ด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพสิ่งที่พบ การวาดชี้ส่วนประกอบ การเขียนข้อสังเกต การอัดเสียงอธิบายความคิดหรือความรู้สึกของผู้สังเกต รวมถึงการระบุตำแหน่งของการค้นพบสิ่งที่สังเกตภายในบันทึกเดียว เพื่อทำให้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจไม่ได้แยกส่วนกัน สามารถเรียกดูซํ้า กลับมาคิด ตีความ และสร้างความหมายของข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาในภายหลังได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งลักษณะความต้องการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สามารถหาได้ที่แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า "Journal"
1. แอปพลิเคชัน Journal หน้าตาเป็นอย่างไร และสามารถดาวน์โหลดได้จากที่ใด
Journal เป็นแอปพลิเคชันที่มากับอุปกรณ์ Apple เช่น iPad iPhone โดยผู้ที่ต้องการใช้สามารถดาวน์โหลดด้วยตนเองได้ที่ https://apps.apple.com/us/app/journal/id6447391597
2. มีฟีเจอร์ใดที่น่าสนใจในแอปพลิเคชัน Journal บ้าง
แอปพลิเคชัน Journal มีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่การเป็นสมุดบันทึกดิจิทัลที่รองรับการบันทึกข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบภายในพื้นที่เดียว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บทั้งประสบการณ์ ความคิด ความรู้สึกและข้อมูลจากการสำรวจได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของแอปพลิเคชันนี้สามารถสรุปได้ดังนี้
2.1. การเพิ่มข้อความ (Text) เพื่อบันทึกข้อมูลการสังเกต ความคิดและความรู้สึก
ฟีเจอร์การพิมพ์ข้อความในแอปพลิเคชัน Journal ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อสังเกต แนวคิด หรือคำอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่พบได้อย่างเป็นลำดับ ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นบันทึกใหม่ได้ทันที เมื่อแตะไอคอนเครื่องหมายบวก เพื่อเปิดหน้ากระดาษ และสามารถแตะที่ไอคอนรูปแบบตัวอักษร Aa เพื่อเลือกความหนา ลักษณะ สี และการจัดเรียงของตัวอักษร หลังจากพิมพ์ข้อความที่ต้องการเสร็จเรียบร้อยแล้วให้แตะที่ไอคอนเครื่องหมายถูก เพื่อเสร็จสิ้นการพิมพ์ข้อความ
2.2 การเพิ่มรูปภาพจากอัลบั้ม (Photos) และการถ่ายภาพใหม่ (Camera) เพื่อบันทึกการสังเกต
ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพใหม่ผ่านกล้อง หรือเลือกภาพจากอัลบั้มมาเพิ่มในบันทึกได้ เพียงแตะไอคอนรูปภาพจากอัลบั้ม เพื่อเลือกรูปภาพที่ต้องการ หรือแตะที่ไอคอนกล้อง เพื่อถ่ายภาพใหม่
2.3 การวาดและเขียนบนหน้ากระดาษ (Drawing/Markup)
ผู้ใช้สามารถวาดหรือเขียนเพิ่มเติมบนภาพเพื่อเน้นรายละเอียดที่สำคัญ เช่น การวง การขีดเส้น หรือการระบุส่วนประกอบของสิ่งที่กำลังสังเกต โดยสามารถแตะไอคอนเครื่องมือวาดจากแถบเครื่องมือ และปรับสีหรือรูปแบบเส้นได้ตามต้องการ ฟีเจอร์นี้ช่วยสนับสนุนการสื่อสารเชิงภาพ ทำให้ผู้ใช้สามารถอธิบายสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการชี้ตำแหน่งหรือเปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของวัตถุ
2.4 การบันทึกเสียง (Audio Recording) เพื่ออธิบายความคิดและความรู้สึก ขณะสังเกต
ฟีเจอร์บันทึกเสียงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถอธิบายสิ่งที่สังเกตเห็น ความคิดหรือความรู้สึกของตนเองในรูปแบบเสียงได้ โดยสามารถเพิ่มเสียงลงในบันทึกเดียวกันกับข้อความและภาพ ด้วยการแตะที่ไอคอนบันทึกเสียง เพื่อเริ่มต้นอัดเสียง ซึ่งการอธิบายด้วยเสียงช่วยให้ผู้ใช้ฝึกฝนการถ่ายทอดความคิดด้วยคำพูด โดยเฉพาะในกรณีที่ขณะนั้น ยังไม่สามารถเรียบเรียงเป็นข้อความได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้การบันทึกเสียงยังช่วยเก็บกระบวนการคิด ในขณะนั้นไว้เป็นหลักฐานของการเรียนรู้ด้วย
2.5 การระบุตำแหน่งสถานที่ (Location) เพื่อเพิ่มบริบทของข้อมูล
ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลตำแหน่งของสถานที่ลงในบันทึกแต่ละรายการได้ ทำให้ข้อมูลที่บันทึกมีบริบทเชิงพื้นที่ เช่น พืชชนิดนี้พบในบริเวณใด อยู่ในพื้นที่ร่มหรือแดด ซึ่งสามารถเพิ่มข้อมูลตำแหน่งด้วยการแตะไอคอนสถานที่ และเลือกตำแหน่งสถานที่ การเชื่อมโยงข้อมูลการสังเกตกับสถานที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์เปรียบเทียบ หรือมองเห็นรูปแบบของการกระจายตัวของสิ่งที่ทำการสำรวจในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น
3. การประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน Journal ในการจัดการเรียนรู้
- การเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม (Digital field note) โดยสามารถใช้ Journal เป็นสมุดบันทึกภาคสนามสำหรับกิจกรรมการสำรวจในบริบทสิ่งแวดล้อมจริง เช่น การสำรวจพืชในโรงเรียนหรือชุมชน โดยผู้เรียนสามารถบันทึกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ทั้งภาพถ่าย ข้อความ เสียง และตำแหน่งสถานที่ภายในบันทึกเดียว ช่วยให้ข้อมูลจากการสังเกตมีความครบถ้วน และสามารถนำกลับมาวิเคราะห์หรืออธิบายได้ในภายหลัง
- การสะท้อนการเรียนรู้ (Reflective journal) โดยสามารถใช้เป็นพื้นที่บันทึกการสะท้อนคิดหลังการเรียนรู้แต่ละครั้ง ซึ่งผู้เรียนสามารถย้อนกลับมาทบทวนบันทึกของตนเองในแต่ละช่วงเวลา เพื่อสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่ยังสงสัย หรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากความเข้าใจเดิม การใช้ Journal ในลักษณะนี้ช่วยให้การเรียนรู้เป็นกระบวนการต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการรับข้อมูลในช่วงเวลาหนึ่ง
- การสนับสนุนการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-based Learning) โดย Journal สามารถเป็นพื้นที่รวบรวมข้อมูลระหว่างการทำโครงงาน เช่น การบันทึกความคืบหน้า หรือการรวบรวมหลักฐานประกอบการนำเสนอ ผู้เรียนสามารถใช้บันทึกของตนเองเป็นฐานในการวิเคราะห์ สรุป และสื่อสารผลการเรียนรู้ ขณะที่ครูสามารถใช้เป็นข้อมูลในการให้ข้อเสนอแนะและติดตามพัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง
ที่มาของแรงบันดาลใจ
เรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิดด้วยแอป Journal
https://education.apple.com/story/250014870
Reflecting with the iPhone Journal App






Attach up to 5 files which will be available for other members to download.