“เราเรียนวรรณคดีไทยไปทำไม…ในเมื่อเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยนั้น”
จะดีกว่าไหมหากเราเปลี่ยนบรรยากาศในชั่วโมงเรียนวรรณคดีที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การอ่านและท่องจำ ให้ดูน่าสนใจและทำให้ผู้เรียนมองว่าวรรณคดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว
วันนี้เรามาสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้ผู้เรียนมองเห็นคุณค่าและความสำคัญของวรรณคดีว่าเราจะเรียนไปเพื่ออะไร ผ่านการเรียนรู้แบบสะท้อนคิด โดยนำเรื่องราวในวรรณคดีมาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ชีวิตและความรู้สึกของตัวผู้เรียน เพื่อเปลี่ยนจากการอ่านเพียงจดจำหรือแปลความเป็นการคิดใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง
การสะท้อนคิดในวรรณคดีเป็นการนำเรื่องราวจากเนื้อหาในวรรณคดีมาถอดบทเรียนเพื่อเข้าใจอารมณ์ สังคมและมนุษย์ในชีวิตจริง ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจอารมณ์ มุมมองของตนเอง ผ่านกระจกเงาของตัวละคร เป็นการถามกลับว่า “ถ้าเราเป็นตัวละครเราจะรู้สึกหรือตัดสินใจอย่างไร”
การใช้วงจรสะท้อนคิดเริ่มตั้งแต่เข้าใจเนื้อหา เล่าเหตุการณ์ในวรรณคดีได้ แสดงความรู้สึก คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าตัดสิน ตลอดจนการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วให้นักเรียนบันทึกความรู้ผ่านเครื่องมือดิจัทัล โดยใช้แอปพลิเคชัน Camera บน IPad บันทึกวิดีโอเพื่อสะท้อนคิด ผ่านการใช้พลังคำถาม ให้อิสระทางความคิดเห็น ตลอดจนการแชร์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การบันทึกวิดีโอเพื่อสะท้อนคิดเป็นการเปลี่ยนจากการเขียนบันทึกเรื่องราวแสดงความคิดเห็น มาเป็นการพูดแสดงความคิดเห็นผ่านกล้องจากสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ เข้าใจ ตกผลึกความรู้ ทำให้เห็นสีหน้า น้ำเสียงและภาษากาย ซึ่งการเขียนบันทึกตัวอักษรลงบนสมุดอาจเก็บรายละเอียดส่วนนี้ไม่ได้ วิธีการดังกล่าวยังช่วยต่อยอดให้ครูผู้สอนประเมินทักษะการพูดแสดงความคิดเห็น อีกทั้งยังส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active learning ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้ด้วย

Attach up to 5 files which will be available for other members to download.